หัวหินสอนภาษา ติวอังกฤษ ป.ตรี - โท - เอก - Inter ทุกมหาวิทยาลัย และสอบรับราชการทุกแขนง
ติวอังกฤษ ป.ตรี - โท - เอก - Inter ทุกมหาวิทยาลัย
รายละเอียดคอร์ส Basic (English for Postgraduate Studies)
คอร์สภาษาอังกฤษเพื่อสอบเข้าปริญญาโท - เอก ของ
สถาบันมี 2 คอร์ส คือ
1. Basic (English for Postgraduate Studies) 60 ชั่วโมง
โดยจะเน้นไปที่การปูพื้นฐานแกรมม่าและไวยากรณ์โดยละเอียด และสามารถนำหลัก
ไวยากรณ์เหล่านี้ไปใช้ในการทำข้อสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ทิ้งการใช้
ภาษาอังกฤษมาเป็นเวลานาน คอร์สนี้จะช่วยฟื้นฟูความรู้ให้ผู้เรียนโดยจะมีการนำเสนอ
กลยุทธ์ให้ภาษาอังกฤษดูง่ายและสนุกต่อการเรียนรู้
2. Advance Master 's Degree (English for
Postgraduate Studies) 48 ชั่วโมง
เน้นการเรียนเพื่อสอบให้ได้ คะแนน สูง ๆ อาจารย์จะสอน ทำข้อสอบเป็นหลักค่ะ เหมาะ
สำหรับผู้ที่มีพื้นภาษา
อังกฤษ ค่อนข้างดี หรือลองทำแบบทดสอบของทางสถาบัน แล้วได้ 9 ข้อ ขึ้นไป จาก 15
ข้อ
คอร์สปรับพื้น ภาษาอังกฤษเพื่อสอบ ป.โท มี 3 แบบให้เลือกค่ะ
- เรียน เลือกวัน-เวลา เรียนได้
- เรียนกับ ครูสอนสด ตัวต่อตัว เลือก วัน-เวลา เรียนได้ 40 ชั่วโมง 15,400 บาท
- เรียนแบบสอนสด
- คอร์สเรียน อังกฤษ เพื่อสอบ ป.โท
1.1 Basic :Grammar & Reading for Master 's Degree เลือกวัน-เวลาเรียนได้-15,000
1.2 Basic : Grammar & Reading for Master 's Degree(สอนสด)
(Group ตามตาราง Basic TOEIC)-15,500
1.3 Basic : Grammar & Reading for TOEIC (สอนสด)
(Private เลือกวัน-เวลาเรียนได้)15,5002. Advance Master 's Degree (สอนสด) 15,500Total : เรียน Basic Master 's Degree +Advance Master 's Degree สอนสด 15,500Total : เรียน Basic Master 's Degree (สอนสด เดี่ยว) + Advance Master 's Degree สอนสด 15,000Total : เรียน Basic English Master(สอนสด Private) +Advance English Master(สอนสด Private) 15,200Total : เรียน Basic Master 's Degree (สอนสด ) + Advance Master 's Degree สอนส 15,000
ตารางสำหรับ ติวตัวต่อตัว เรียนที่สถาบัน เลือกวัน-เวลาเรียนได้
จำนวนผู้เรียน
|
ระยะเวลา
| ||
1 คน
|
48 ชั่วโมง
|
15,000บาท
|
ลดเหลือ 15,000 บาท
|
รายละเอียดคอร์ส Basic (English for Postgraduate Studies)
- เหมาะสำหรับผุ้ที่มีความประสงค์ จะสอบเข้าเรียนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
- ของมหาลัยชั้นนำใน ประเทศไทย แต่ยังมีพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดี หรือทิ้ง
- ภาษาอังกฤษมานาน
- ในส่วนของคอร์ส Basic นี้ จะใช้เวลา 24 ชั่วโมง โดยจะเน้นไปที่การปูพื้นฐานไวยก
- รณ์โดยละเอียด และ สามารถนำหลักไวยากรณ์เหล่านี้ไปใช้ในการทำข้อสอบของ
- แต่ละหมาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ในส่วนของไวยากรณ์ ผู้เรียนจะได้รู้ถึงโครงสร้างและกฎต่าง ๆ อย่างละเอียด โดยจะมี
- การสอน Technique ในการวิเคราะห์ข้อสอบโดยจะเริ่มต้นจากความรู้ไวยากรณ์เบื้อง
- ต้นรวมไปถึงข้อยกเว้นต่าง ๆ ที่ผู้เรียนมักจะสับสนและเกิดข้อผิดพลาดในการนำ
- ไปใช้อยู่บ่อย ๆ
- สำหรับผู้ที่ทิ้งการใช้ภาษาอังกฤษมาเป็นเวลานาน คอร์สนี้จะช่วยฟื้นฟูความรู้ให้ผู้
- เรียนโดยจะมีการ นำเสนอกลยุทธ์ให้ภาษาอังกฤษดูง่ายและสนุกต่อการเรียนรู้
- การฟัง: ข้อสอบ CU-TEP มีเนื้อหาที่ทดสอบการฟัง (Listening) ซึ่งผู้เรียนจะได้
- ฝึกฝนทักษะการฟัง และได้รับเทคนิคในการฟังเพื่อจับใจความ จากบทสนทนา และ
- การบรรยายโดยเจ้าของภาษา (ซีดี) ทั้งนี้ เมื่อเรียนจบคอร์สนี้ ผู้เรียนก็จะสามารถฟัง
- บทสนทนาและการบรรยายภาษาอังกฤษในชั้นเรียนระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
- ได้อย่างคล่องแคล่ว
รายละเอียดคอร์ส ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อระดับปริญญาโท และปริญญา
เอก (English for Postgraduate Studies)
จุดประสงค์:
คอร์สนี้มีขึ้นเพื่อเตรียมตัวผู้เรียนให้มีความพร้อมสำหรับการสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษ
เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศไทย
เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ธรรมศาสตร์, NIDA ฯลฯ และเพื่อเตรียมตัวผู้เรียนให้มี
ทักษะต่างๆที่จำเป็นในด้านภาษาอังกฤษ อันได้แก่ ฟัง อ่าน และเขียน ซึ่งจะเป็น
ประโยชน์สำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
เนื้อหาคอร์ส:
ผู้เรียนจะได้มีโอกาสฝึกทำข้อสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
(CU-TEP) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-GET) จำนวนรวม 8 ชุด ซึ่งในข้อสอบ
ของทั้งสองสถาบัน มีเนื้อหาครอบคลุมทักษะภาษาอังกฤษต่างๆ ดังต่อไปนี้
- การอ่าน: ข้อสอบ CU-TEP และ TU-GET มีเนื้อหาที่ทดสอบการอ่านเพื่อจับใจความ
- ซึ่งประกอบด้วยบทความหลากหลายประเภท
- (สังคม, เศรษฐกิจ, ประวัติศาสตร์, วิทยาศาสตร์ ฯลฯ) พร้อมกับคำถามประเภทเลือก
- คำตอบที่ถูกต้อง เพื่อทดสอบความเข้าใจของผู้เรียน คอร์สนี้จะแนะนำเทคนิคต่างๆที่
- เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนในการอ่านเร็ว และตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
- เพื่อที่ผู้เรียนจะสามารถนำเทคนิคที่ได้ไปใช้ในการอ่านบทความภาษาอังกฤษ ตำรา
- เรียน และวารสารภาษาอังกฤษในระดับชั้นปริญญาโทและเอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การเขียน: ข้อสอบ CU-TEP และ TU-GET มีเนื้อหาที่ทดสอบความรู้ด้านไวยากรณ์
- ภาษาอังกฤษ ในด้านโครงสร้างประโยค (Sentence Structure),
- หาคำผิด (Error Identification), เติมคำ (Cloze), คำศัพท์ (Vocabulary) และคำ
- เหมือน (Synonyms) ซึ่งในคอร์สนี้ผู้เรียนจะได้รับการทบทวนในเรื่องไวยากรณ์ภาษา
- อังกฤษที่สำคัญๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการเขียนรายงานและวิทยานิพนธ์ภาษา
- อังกฤษในระดับปริญญาโทและเอก นอกจากนี้ผู้เรียนยังได้มีโอกาสเพิ่มพูนคลังคำ
- ศัพท์ อันจะเป็นประโยชน์สำหรับการฟัง, อ่าน, เขียน และพูดภาษาอังกฤษในระดับชั้น
- ปริญญาโทและเอกต่อไปอีกด้วย
เป้าหมาย:
เมื่อผู้เรียนเรียนจบคอร์สนี้ ผู้เรียนจะสามารถรับมือกับข้อสอบวัดความรู้ภาษาอังกฤษของ
มหาวิทยาลัยชื่อดังทั้งสองแห่งและที่อื่นๆได้ แถมยังมีทักษะติดตัวไปใช้ในการศึกษาต่อ
ระดับปริญญาโทและเอกได้เป็นอย่างดี
Tip 1 : คำนาม (Nouns) คือ......
Tip 2 : คำนามรูปธรรม (Concrete Nouns) และคำนาม
นามธรรม (Abstract Nouns)
Tip 3 : คำนามนับได้จะมีรูปเอกพจน์และรูปพหูพจน์
Tip 4 : คำนามนับได้และคำนามนับไม่ได้
Tip 5 : การใช้ลักษณะนามที่บอกลักษณะ ขนาด น้ำหนัก หรือรูป
ร่างเพื่อบอกปริมาณของคำนามนับไม่ได้
Tip 6 : คำนามชี้เฉพาะ จะต้องขึ้นต้นด้วยอักษรใหญ่เสมอ
Tip 7 : นอกจากคำนามชี้เฉพาะที่ต้องเขียนขึ้นต้นด้วยอักษรใหญ่
แล้วยังมีคำกลุ่มหนึ่งที่ต้องเขียนขึ้นต้นด้วยตัวอักษรใหญ่
เสมอ
Tip 8 : สรรพนาม (Pronouns) คือ....
Tip 9 : Personal Pronouns คือ .....
Tip 10: การเลือกสรรพนามให้สอดคล้องกับคำนามที่ต้องการให้
สรรพนามแทนที่
Tip 11: สรรพนามที่ใช้ตามหลังคำบุรพบท
Tip 12: ไม่ควรใช้สรรพนามที่ระบุเพศใดเพศหนึ่งในกรณีที่กล่าว
ถึงบุคคลทั่วไปโดยรวม Tip 13: Possessive Pronouns เป็น Personal Pronouns
Tip 14: การใช้ Possessive Adjective
Tip 15: ข้อแตกต่างระหว่าง its และ it's
Tip 16: Relative Pronouns
Tip 17: การใช้ "each other"
Tip 18: this, that, these และ those
Tip 19: Indefinite Pronouns
Tip 20: การใช้ Indefinite Pronouns "one" และ "some'
Tip 21: Wh-question words
Tip 22: การใช้ Wh-question words + "-ever"
Tip 23: ประโยคที่สมบูรณ์
Tip 24: ตัวอักษรแรกของคำแรกในประโยค
Tip 25: Verb Tenses
Tip 26: ประโยค Present Simple Tense
Tip 27: การใช้ประธานและกริยาในประโยค
Tip 28: ประโยค Past Simple Tense
Tip 29: รายละเอียดที่ควรทราบเกี่ยวกับการใช้ Perfect Tenses
Tip 30: ข้อแตกต่างระหว่าง Active Voice และ Passive Voice
Tip 31: คำคุณศัพท์ (Adjectives)
Tip 32: Articles
Tip 33: การสร้าง Hyphenated Adjectives
Tip 34: การเปรียบเทียบคำนาม
Tip 35: การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ในชั้นกว่าและขั้นสุด
Tip 36: การเปรียบเทียบคำคุณศัพท์ที่มีตั้งแต่ 3 พยางค์ขึ้นไป
Tip 37: กลุ่มคำคุณศัพท์ที่มีรูปสำหรับการเปรียบเทียบที่เรียกว่า
"Irregular Comparative Adjectives"
Tip 38: การเปรียบเทียบโดยใช้ "fewer" และ "less"
Tip 39: ข้อแตกต่างระหว่าง "a little" กับ "a few"
Tip 40: การเปรียบเทียบคำนามที่ต่างกันโดยใช้ "different"
และ "different from"
Tip 41: การกำหนดจำนวนหรือปริมาณของคำนามโดยประมาณ
Tip 42: การใช้ Double Comparatives
Tip 43: Adverbs of Manner
Tip 44: คำกริยาวิเศษณ์ประเภทอื่นที่ควรทราบ
Tip 45: "very" , "too" และ "enough"
Tip 46: การใช้คำกริยาวิเศษณ์ "enough" ควบคู้กับคำนาม
Tip 47: การใช้คำคุณศัพท์บอกรายละเอียดเพิ่มเติม
Tip 48: การใช้ "more" และ "most" หรือ "less" และ "least"
Tip 49: คำกริยาวิเศษณ์มีรูปการเปรียบเทียบที่เป็น Irregular...
Tip 50: คำบุพบท (Preposition)
Tip 51: ข้อแตกต่างระหว่างคำบุพบท "between" และ "among"
Tip 52: การใช้คำบุรบท "in" , "on" และ "at"
Tip 53: ประโยคไม่ควรลงท้ายด้วยคำบุรพบท
Tip 54: คำสันธาน (Conjunction)
Tip 55: การใช้คำสันธานที่เป็นสำนวน
Tip 56: การใช้คำสันธาน "so", "too" และ "also"
Tip 57: การใช้ "neither" และ "either"
Tip 58: การใช้คำสันธาน "so that" และ "when"
Tip 59: การใช้ "Wh-question words"
Tip 60: การใช้ "who", "whom" และ "whose"
Tip 61: การใช้ "which" และ "that" เป็น Relative Pronouns
Tip 62: คำอุทาน (Interjection)
Tip 63: "to-infinitive" จะต้องอยู่ติดกันเสมอ
Tip 64: หลักการใช้ "Infinitive without to"
Tip 65: การใช้ "Infinitive without to" กับคำกริยา "dare"
และ "need"
Tip 66: Participles นอกจากจะทำหน้าที่เป็นกริยาแล้ว ยัง
สามารถทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ได้ด้วย
Tip 67: การใช้คำคุณศัพท์ซึ่งมีที่มาจากคำกริยา
Tip 68: Gerunds คือ Present Participles
Tip 69: ประเภทของวลี (Phrases)
Tip 70: ความแตกต่างระหว่าง Clauses และ Sentences
Tip 71: ประเภทของประโยค (Sentences)
Tip 72: ประเภทของ Subordinate Clauses
Tip 73: Nonrestrictive Clauses
Tip 74: Reported Speech
Tip 75: ข้อห้ามในการใช้ "Negatives"
Tip 76: การใช้รูปปฏิเสธของ "no"
Tip 77: ข้อแตกต่างระหว่าง "may" และ "can"
Tip 78: การใช้ "used to" และ "to be used to"
Tip 79: กริยาที่ต้องใช้ควบคู่กับ Gerunds
Tip 80: Verb Phrases ที่ต้องใช้ควบคู่กับ Gerunds
Tip 81: การใช้ "need" เพื่อแสดงความจำเป็น
Tip 82: การใช้ "must" สรุปเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นในอดีต
Tip 83: การใช้ "must" สรุปเหตุการณ์ที่น่าจะกำลังเกิดขึ้นใน
ปัจจุบัน
Tip 84: การใช้ "must" สรุปเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นเป็นประจำ
Tip 85: การใช้ "had better" เมื่อต้องการให้คำแนะนำ
Tip 86: การใช้ "would rather" และ "would rather that"
Tip 87: การใช้กริยา "make", "get" และ "have"
Tip 88: การใช้กริยา "let"
Tip 89: การใช้กริยา "help"
Tip 90: การใช้ประโยคเงื่อนไข "if" เมือ่พูดถึงสิ่งที่เป็นจริง
Tip 91: การใช้ประโยคเงื่อนไข "if" เมื่อพูดถึงสิ่งที่ไม่เป็นจริงใน
ปัจจุบัน
Tip 92: การใช้ประโยคเงื่อนไข "if" เมื่อพูดถึงส่งที่ไม่เป็นจริงใน
อดีต
Tip 93: การใช้ประโยคเงื่อนไข "unless"
T
ip 94: การใช้กริยาในรูป "to-infinitive" และ "Gerunds"
Tip 95: การใช้ตัวเลข "Cartimal Numbers" และ Ordinal
Numbers"
Tip 96: การใช้ "so......that" และ "such.......that"
Tip 97: การบอกสาเหตุหรือเหตุผลโดยใช้ "because",
"because of" และ "from"
Tip 98: การใช้ "from......to" บอกช่วงเวลา
Tip 99: ข้อแตกต่างระหว่าง "sometime" และ "sometimes"
- กริยา 3 ช่อง
- กริยา 3 ช่อง
- รูป Compararative & Superlative degree
- คำย่อในภาษาอังกฤษที่ควรทราบ
ติดต่อ อาจารย์ แมว 0897423349
ติดต่อ อาจารย์ แมว 0897423349







.jpg)


















